ตัดเล็บโค้งหรือเหลี่ยม? เช็ก 3 จุดพลาด ที่คนส่วนใหญ่ทำประจำ ตัวการนิ้วพัง-เจ็บตัว!!!

ตัดเล็บโค้งหรือเหลี่ยม? เช็ก 3 จุดพลาด ที่คนส่วนใหญ่ทำประจำ ตัวการนิ้วพัง-เจ็บตัว!!!

ตัดเล็บโค้งหรือเหลี่ยม? เช็ก 3 จุดพลาด ที่คนส่วนใหญ่ทำประจำ ตัวการนิ้วพัง-เจ็บตัว!!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ตัดเล็บทรงไหนดี "โค้ง" หรือ "เหลี่ยม"? หมอเตือน 3 ข้อผิดพลาดที่ทำกันประจำ ระวัง "เล็บขบ" ถามหา

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการตัดเล็บต้องตัดให้ "สั้นกุด" ถึงจะสะอาด หรือบางคนชอบตะไบเล็บแต่งทรงให้โค้งมนดูเรียวสวย แต่รู้หรือไม่ว่าในมุมมองทางการแพทย์ วิธีการเหล่านี้อาจนำมาซึ่งความเจ็บปวดและการติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว

นี่คือ 3 ข้อผิดพลาดในการตัดเล็บที่คนส่วนใหญ่มักทำพลาด พร้อมเฉลยว่าสรุปแล้วเราควรตัดเล็บทรงไหนกันแน่?

ข้อผิดพลาดที่ 1: ตัดสั้นเกินไปจน "เข้าเนื้อ"

ความผิดพลาดอันดับหนึ่งคือความเชื่อที่ว่า "ตัดให้สั้นที่สุดจะได้ไม่ต้องตัดบ่อยๆ" แต่ความจริงแล้ว ปลายนิ้วของเราเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยและเส้นประสาทที่ไวต่อความรู้สึก เล็บจึงเปรียบเสมือน "โล่" ธรรมชาติที่คอยปกป้องเนื้ออ่อนๆ บริเวณนี้

หากคุณตัดเล็บลึกจนเห็นเนื้อแดงๆ ด้านใต้ จะทำให้เนื้อเยื่อส่วนนั้นสูญเสียเกราะป้องกัน เกิดการระคายเคืองได้ง่ายเมื่อหยิบจับสิ่งของ ยิ่งไปกว่านั้น หากทำบ่อยๆ จะทำให้พื้นที่ยึดเกาะของเล็บ (Nail bed) ร่นถอยลง และเสี่ยงต่อภาวะ "เล็บขบ" (Ingrown Nail) เพราะเมื่อเล็บงอกใหม่ ส่วนที่คมจะทิ่มแทงเข้าไปในเนื้อได้ง่ายขึ้น

ข้อผิดพลาดที่ 2: ตัดทรงกลมโค้งตามรูปนิ้ว

นี่คือคำตอบของคำถามที่ว่า "ควรตัดทรงกลมหรือทรงเหลี่ยม?" หลายคนชอบตัดเล็บโดยไล่โค้งตามปลายนิ้ว (ทรงกลม) เพราะดูสวยและไม่เกะกะ แต่ทางการแพทย์ระบุว่า "การตัดมุมเล็บลึกเกินไปให้เป็นทรงกลม" คือตัวการหลักของเล็บขบ!

เมื่อคุณตัดมุมเล็บทั้งสองข้างออกจนลึก เนื้อด้านข้างจะไม่มีแรงต้านจากเล็บและจะดันตัวเข้ามาเบียดพื้นที่ เมื่อเล็บงอกใหม่จึงไม่มีทางไปและต้องแทงทะลุเนื้อเยื่อเหล่านั้น ก่อให้เกิดบาดแผล เปิดทางให้เชื้อแบคทีเรีย (เช่น Staphylococcus aureus) เข้าไปทำลาย จนเกิดการอักเสบ บวมแดง เป็นหนอง และปวดทรมานมากจนแทบเดินไม่ได้ (หากเป็นที่เล็บเท้า)

ข้อผิดพลาดที่ 3: ตะไบเล็บผิดวิธี และตัดหนังรอบเล็บมากเกินไป

  • การตะไบ: หลายคนตะไบเล็บแบบ "ถูไปถูมา" เหมือนเลื่อยไม้ ซึ่งจะทำให้โครงสร้างเล็บเสียหาย ฉีกขาด และเปราะง่าย

  • การตัดหนัง: ผิวหนังแข็งๆ รอบเล็บ (Cuticle) มีหน้าที่กักเก็บความชุ่มชื้นและกันเชื้อโรค หากคุณตัดออกจนเกลี้ยง จะทำให้ผิวบริเวณนั้นแห้งแตก เกิดเป็น "จมูกเล็บฉีก" (Hangnail) ที่สร้างความรำคาญและเจ็บแสบ

นอกจากนี้ การตัดเล็บในที่สาธารณะหรือออฟฟิศก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะเศษเล็บที่กระเด็นออกไปอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคได้ หากอุปกรณ์ไม่สะอาดพอ

แนะนำวิธีตัดเล็บที่ถูกต้อง

เพื่อสุขภาพเล็บที่ดีและลาขาดจากเล็บขบ ควรทำตามขั้นตอนดังนี้:

  1. ทำความสะอาด: เช็ดทำความสะอาดกรรไกรตัดเล็บด้วยแอลกอฮอล์ 90% ก่อนใช้งาน

  2. ช่วงเวลา: ควรตัดเล็บหลังอาบน้ำ หรือแช่มือเท้าในน้ำอุ่นสักพัก เพื่อให้เล็บนิ่มและตัดง่ายขึ้น (โดยเฉพาะเล็บเท้า)

  3. ทรงที่ถูกต้อง:

    • ควรตัดเป็นแนวตรง (ทรงเหลี่ยม): ไม่ต้องโค้งตามนิ้วมากเกินไป

    • เหลือพื้นที่: อย่าตัดจนชิดเนื้อ ควรเหลือขอบเล็บสีขาวไว้ประมาณ 1 มิลลิเมตร เพื่อปกป้องปลายนิ้ว

    • การเก็บมุม: มุมเล็บทั้งสองข้าง ห้ามตัดลึก ให้ใช้ตะไบหรือกรรไกรเล็มเพียงเล็กน้อยเพื่อลบความคมออกเท่านั้น (ให้เป็นทรงเหลี่ยมมนๆ หรือ Squoval)

  4. การตะไบ: ตะไบไปใน ทิศทางเดียวกัน (อย่าถูไปมา)

  5. บำรุง: ทาแฮนด์ครีมหรือออยล์บำรุงรอบเล็บหลังตัดเสร็จ เพื่อลดการเกิดจมูกเล็บฉีก

ดังนั้น เลิกตัดเล็บโค้งจนเข้าเนื้อ แล้วหันมาตัดทรงตรง (เหลี่ยมมน) จะช่วยเซฟนิ้วของคุณจากความเจ็บปวดได้ดีที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล